ไส้เดือนแดงพันธุ์แลมบริคัสจากอเมริกา.

     ไส้เดือน ดิน...จัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ (Ani-malia) สำหรับวงศ์ของไส้เดือนดินนั้น นักวิทยาศาสตร์ ได้จัดจำแนกออก เป็น 21 วงศ์ และมีมากกว่า 8,000 สายพันธุ์ทั่วโลก...

ลักษณะทั่วไปของไส้เดือนดิน ลำตัวเป็นปล้องๆ มีเยื่อ Cuticle คลุมผิวหนัง เพื่อใช้หายใจ มีหัวใจเทียม (pseudoheart) อยู่ระหว่าง ปล้องที่ 8-13 ส่วน ปล้องที่ 14, 15, 16 ใช้สร้างปลอกหุ้มไข่ (Cocoon) ซึ่งมีทั้งไข่และอสุจิ ในตัวเดียวกัน แต่ไม่สามารถผสมพันธุ์ในตัวเองได้

นอกจากนี้ ไส้เดือนดินยังมี เส้นเลือดสีแดง มี เส้นประสาทที่บริเวณท้อง (Ventral nerve cord) มีกึ๋น (Gizzard) ซึ่งเป็น ส่วนสำคัญที่ช่วยในการย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียออกทางรูผิวหนัง มักอาศัยอยู่ ตามดินชุ่มชื้นร่วนซุย หากจะค้นหา ในเมืองใหญ่ๆที่เป็นป่าคอนกรีต จะต้องไปหาในสวนหย่อมที่มีใบไม้ทับถมอยู่มากๆ ตามพื้นดิน หรือ ตามกองขยะในตลาดและชุมชน

     ...จังหวัดเชียงใหม่ ได้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง ทาง ดร.อานัฐ ตันโช อาจารย์จากภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเข้า ไส้เดือนแดง และ ไส้เดือนดินสายพันธุ์แลม-บริคัส รูเบลลัส (Lumbricus rubellus) จาก ประเทศสหรัฐอเมริกา มาทำการ ทดลองเลี้ยงเพื่อกำจัดเศษขยะ ณ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริอำเภอไชยปราการ (ศูนย์ เลี้ยงไส้เดือนแดง) ตั้งอยู่ที่ 175 ม.15 บ้านเชียงหมั้น ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่...

     ...โดยมี นายมานะ บุญยมหา เทศมนตรีฝ่ายสาธารณสุข ของ อ.ไชยปราการ เป็นผู้ดำเนินการเลี้ยง บอกว่า ได้ใช้ไส้เดือนดินสายพันธุ์ต่างประเทศนี้ ในอัตรา 1 กิโลกรัม (จำนวน 970 ตัว) ต่อขยะ 2 กิโลกรัม พบว่า มีความสามารถ ในการย่อยสลายขยะได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน อีกทั้งยังย่อยขยะที่เป็นของแข็ง อย่างเปลือกทุเรียนได้อีกด้วย...

ต่อ มาได้นำ ไส้เดือนดินสายพันธุ์ไทย ชื่อว่า ฟีเรท พีกัวน่า (Pheretima peguana) มาร่วมทำการย่อยขยะกลายเป็นสองแรงแข็งขัน สามารถทำให้ขยะลดลงไปอย่างมาก ล่าสุด ทางศูนย์เลี้ยงไส้เดือนแดงต้องออกไปหาซื้อขยะใน กิโลกรัมละ 20 สตางค์ มาให้ไส้เดือนทั้งสองสายพันธุ์ได้ย่อยขยะในแต่ละวัน...

     สำหรับศูนย์ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปี พ.ศ.2550 จึงประสบความสำเร็จสามารถเลี้ยงเองและดำเนินการขยายโรงเลี้ยงขนาดมาตรฐาน 1 โรง ในพื้นที่ 3 ไร่ 1 งาน ล่าสุดปี พ.ศ.2553 ได้ขยายพื้นที่จาก อ.ไชยปราการ ไปที่ อ.ฝาง และ อ.แม่อาย โดยสร้างเป็นโรงเรือน 10 แห่ง ในพื้นที่ของ โรงเรียนใน 3 อำเภอนี้

โดยได้รับการสนับสนุนบุคลากรและ งบประมาณจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้เป็นการเรียนรู้ในระดับอำเภอ สามารถกำจัดเศษขยะต่อวันได้ถึง 1-1.5 ตัน โดยรับเศษขยะมาจากในพื้นที่อำเภอ ตามตลาด และร้านค้าโดยทั่วไป สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ 3-4 ตันต่อเดือน จำหน่าย กิโลกรัมละ
25 บาท และปัสสาวะไส้เดือนแดงสามารถจำหน่าย เป็น สารจุลินทรีย์ ในการกำจัดกลิ่นเหม็น ตามห้องน้ำ หรือสถานที่ต่างๆได้อย่างดี ใครสนใจไปดูหรือไปฝึกเลี้ยงไส้เดือนดินทั้งสองสายพันธุ์นี้ กริ๊งกร๊าง หามานะที่ 08-6196-4361 ในเวลาที่เหมาะสม.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

แหล่งข่าว : ไทยรัฐออนไลน์

recommend to friends
  • gplus
  • pinterest

Comments