กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่มีการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระดับอาเซียน และไทยต้องแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดพริก

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
พริกใหญ่แห้ง: เนื้อที่ ผลผลิต ราคา และมูลค่าผลผลิตที่เกษตรกรขายได้ ปี 2550-2558

ปี เนื้อที่เก็บเกี่ยว (ไร่) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) ราคา (บาท/กก.) มูลค่าผลผลิต (ล้านบาท)
2550 148,997 43,656 293 80.01 3,492.917
2551 149,844 45,702 305 88.95 4,065.193
2552 150,379 46,166 307 91.97 4,245.887
2553 151,131 46,850 310 80.11 3,753.154
2554 152,640 47,620 312 78.15 3,721.503
2555 154,050 50,991 331 85.95 4,382.676
2556 154,300 52,462 340 104.00 5,456.048
2557 156,164 54,970 352 89.62 4,926.411
2558 156,278 56,885 364 84.78 4,822.710
ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พริกเล็กแห้ง: เนื้อที่ ผลผลิต ราคา และมูลค่าผลผลิตที่เกษตรกรขายได้ ปี 2550-2558
ปี เนื้อที่เก็บเกี่ยว (ไร่) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) ราคา (บาท/กก.) มูลค่าผลผลิต (ล้านบาท)
2550 292,287 115,453 395 123.00 14,200.719
2551 293,807 116,935 398 93.88 10,977.858
2552 295,276 119,292 404 103.00 12,287.076
2553 297,640 112,030 376 98.44 11,028.233
2554 302,100 125,070 414 100.72 12,597.050
2555 309,240 130,190 421 94.34 12,282.125
2556 311,980 134,151 430 85.00 11,402.835
2557 313,419 138,845 443 78.54 10,904.886
2558 314,595 143,276 455 80.20 11,490.735
ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ผลผลิต การส่งออก การนำเข้า และการบริโภคพริกของไทย ปี 2555 - 2557

ปี ผลผลิต* (ตัน) การส่งออก (ตัน) การนำเข้า (ตัน) การบริโภค (ตัน)
2555 181,181 44,309 51,300 188,172
2556 186,613 47,927 56,528 195,214
2557 193,815 60,465 69,554 202,904
 

ที่มา :คำนวณจากข้อมูลของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ปริมาณ และมูลค่าการส่งออกและนำเข้าพริกและผลิตภัณฑ์ ปี 2555-2557

  การส่งออก การนำเข้า
2555 2556 2557 2555 2556 2557
พริกสดแช่เย็นจนแข็ง            
ปริมาณ (ตัน) 12.67 46.53 8.55 6.94 2,162 24.42
มูลค่า (ล้านบาท) 1.60 1.67 1.12 12.04 41.81 0.48
พริกบดหรือป่น            
ปริมาณ (ตัน) 994 2,575 3,150 3,996 3,337 4,769
มูลค่า (ล้านบาท) 87.5 110.56 130.07 172.56 179.0 241.94
พริกแห้ง            
ปริมาณ (ตัน) 988.23 881.49 8,078 46,658 50,423 64,175
มูลค่า (ล้านบาท) 73.26 61.85 261.73 945.42 1,085.04 1,476.8
เครื่องแกงสำเร็จรูป            
ปริมาณ (ตัน) 12,969 11,813 NA 463.1 397.96 NA
มูลค่า (ล้านบาท) 1,207 1,213 NA 41.55 32.32 NA
ซอสพริก            
ปริมาณ (ตัน) 29,345 32,611 37,415 175.68 208.01 187.52
มูลค่า (ล้านบาท) 1,397 1,612 2,128 60.69 51.49 48.85
 

ที่มา :สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ราคาพริก ระหว่างปี 2550 - 2558

หน่วย: บาทต่อกิโลกรัม

  2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558
พริกใหญ่แห้ง 80.01 88.95 91.97 80.11 78.15 85.95 104.00 89.62 84.78
พริกเล็กแห้ง 123.00 93.88 103.00 98.44 100.72 94.34 85.00 78.54 80.20
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
 

1. บริโภคเป็นพริกสด

2. แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น พริกแห้ง พริกป่น พริกดอง ซอสพริก น้ำพริก เครื่องแกง ฯลฯ

3. ผลิตภัณฑ์สำหรับเสริมอาหารสัตว์ สำหรับไก่ไข่ ไก่เนื้อ และสุกร เพื่อให้สัตว์เกิดความอยากอาหารมากขึ้นและมีผลทำให้โตเร็วขึ้น สุขภาพดีขึ้น ลดการใช้ยาป้องกันโรค และมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในไข่ไก่

4. ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์/ยา เช่น ยาแก้ปวดและยาขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความดัน และลดภาวะโรคกระเพาะอาหาร

5. [1]ผลิตภัณฑ์แก้ง่วง ในพริกมีสารให้ความเผ็ด คือ สารแคปไซซิน (capsaicin) นอกจากให้ความเผ็ด ยังเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการดื่มกาแฟ

 

 

[1]พัฒนาโดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
ประเทศอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีเพิ่มมากขึ้นทั้งรูปแบบและความเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าพืชสวนที่นำเข้าจากต่างประเทศ[1]

 

ในช่วงปี 2551-2556 กระทรวงเกษตรและกระทรวงการค้าของอินโดนีเซียได้ออกกฎระเบียบควบคุมการนำเข้าสินค้าพืชสวนสดและแปรรูป จำนวนมากกว่า 10 ฉบับ โดยควบคุมสินค้าพืชสวนที่นำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 39 รายการ (เดิม 57 รายการ) ประกอบด้วยพืชหัว 4 ชนิด ได้แก่ มันฝรั่ง หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ผักและผลไม้สด จำนวน 18 ชนิด ได้แก่ แครอท พริก กล้วย สับปะรด มะม่วง ส้ม    ส้มแมนดาริน เมล่อน มะละกอ แอปเปิ้ล ทุเรียน ลาไย และผักผลไม้แปรรูป 17 รายการ ที่สำคัญ ดังนี้

1. มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Standard: SPS) ควบคุมให้ผักและผลไม้จำนวน 100 รายการที่นำเข้าต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย โดยไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี และสารชีวภาพที่เกินกว่าระดับสูงสุดที่กำหนด รวมทั้งไม่มีสารเคมีต้องห้าม โดยการนำเข้าจะต้องมีการตรวจสอบสารเคมี และสารต้องห้าม 100 % หรือต้องเป็นสินค้าที่กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียให้การรับรองระบบการควบคุมความปลอดภัยของสินค้าเกษตร (Mutual Recognition Agreement : MRA)

2. มาตรการจำกัดจุดนำเข้า โดยควบคุมตามชนิดสินค้าพืชสวนที่นำเข้า โดยห้ามนำเข้าที่ท่าเรือหลักในกรุงจาการ์ตา หากสินค้าพืชสวนยังไม่ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานความปลอดภัย (MRA) จากอินโดนีเซีย ยกเว้นทุเรียน และลำไย ยังคงสามารถนำเข้าได้ทั้งจาการ์ตาและจุดนำเข้าอื่นๆ ส่วนสินค้าพืชสวนอื่นๆจะถูกจำกัดจุดนำเข้าเหลือเพียง 4 แห่ง (จากเดิม 8 แห่ง)

3. มาตรการคำรับรองการนำเข้า (Recommendation on Import Horticultural Products : RIPH) โดยจัดสรรปริมาณการนำเข้าสินค้าพืชสวน 39 รายการ (จากเดิม 57 รายการ) โดยกำหนดให้กระทรวงเกษตรออกคารับรองการนำเข้า และปริมาณการนำเข้าให้แก่ผู้นำเข้าก่อนการดำเนินการนำเข้าในแต่ละ shipment โดยจัดสรรปริมาณการนำเข้า 2 ครั้ง/ปี คือ ช่วงเวลา 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2556 และช่วงเวลา 6 เดือนหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) ของปี 2556 ทั้งนี้ พืชสวนประเภทที่อินโดนีเซียผลิตเองได้จะไม่เปิดให้ขอคารับรองการนำเข้ามี 12 ชนิด ประกอบด้วย พืชหัว 4 ชนิด ได้แก่ มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ หอมแดง และกระเทียม และผลไม้ 8 ชนิด ได้แก่ ส้ม องุ่น แอปเปิ้ล และลำไย ส่วนช่วงหลังของปี 2556 กำหนดให้ขอคำรับรองการนำเข้า 19 ชนิด ประกอบด้วยพืชหัว 4 ชนิด เช่น หอมแดง หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง (เพื่อบริโภค และอุตสาหกรรม) ผักและผลไม้ 15 ชนิด ได้แก่ แครอท พริก กล้วย มะม่วง ส้ม ส้มแมนดาริน ส้มโอ มะนาว องุ่น เมล่อน มะละกอ ทุเรียน ลาไย (2 ชนิด) และแอปเปิ้ล ทั้งนี้ การนำเข้าในครึ่งปีแรกของปี 2557 ผู้นำเข้าต้องยื่นขอคำรับรองการนำเข้า (RIPH) ภายในวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2556 และยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ภายในเดือนธันวาคม 2556 เท่านั้น ส่วนการนำเข้าในครึ่งปีหลังของปี 2557 ผู้นำเข้าต้องยื่นขอคำรับรองการนำเข้า (RIPH) ภายในวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2557 และยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าภายในเดือนมิถุนายน 2557

4. มาตรการข้อกำหนดทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade : TBT) ได้แก่ การจำกัดจำนวนผู้จัดจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 3 ราย ผู้นำเข้าต้องมีห้องเย็นเก็บสินค้า และพาหนะขนส่งแบบห้องเย็น      ห้ามนำเข้าเพื่อจำหน่ายโดยตรงให้แก่ผู้บริโภค หรือร้านค้าปลีก นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการติดฉลาก การใช้บรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมภายในประเทศ (National Standard Indonesia : NSI) รวมทั้งกำหนดให้ผู้ส่งออกดำเนินการตรวจสอบเอกสารการส่งออก ณ ต้นทาง (Pre-shipment Inspection)       โดย surveyor ที่มีอำนาจในการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเครือข่ายกับบริษัทสำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงการค้าของอินโดนีเซีย

5. มาตรการออกใบอนุญาตผู้นำเข้า (Import Licensing) และการขออนุญาตนำเข้า (Import Permit) แต่ละครั้ง โดยกำหนดให้การนำเข้าสินค้าพืชสวนนั้น จะต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า (Import License)      ตามระเบียบวิธีและขั้นตอนในการออกใบอนุญาต ซึ่งยื่นจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าประเภทผู้ผลิต (Manufacturer Importer-MI) หรือผู้นำเข้าประเภทผู้ค้า/ผู้จัดจำหน่าย (Registered Importer-RI) จากนั้น ผู้นำเข้าจะต้องยื่นคำรับรองการนำเข้าจากกระทรวงเกษตรก่อน จึงจะได้รับใบอนุญาตในการนำเข้า (Import Permit) ในแต่ละ Shipment ที่มีการนำเข้า

6.มาตรการกำหนดราคากลาง (Price Reference) ของพืชสวนนำเข้า 2 ชนิด ได้แก่ พริก และหอมแดง (ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 56) โดยคณะกรรมการควบคุมกำกับราคาของกระทรวงการค้า กำหนดว่า หากราคาพริกและหอมแดงในประเทศมีราคาต่ำกว่าราคากลาง รัฐบาลจะชะลอการนำเข้าจนกว่าราคาในประเทศจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคากลาง จึงจะออกใบอนุญาตนำเข้าให้ (แม้ว่าจะได้รับคำรับรองการนำเข้า RIPH แล้วก็ตาม) และผู้นำเข้าต้องดำเนินการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างน้อยร้อยละ 80 ของปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนำเข้า

 

 

[1] ที่มา : ส่วน AFTA Unit สำนักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (กันยายน 2556)

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE