กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่มีการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระดับอาเซียน และไทยต้องแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดเมล็ดกาแฟ

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
กาแฟ: เนื้อที่ ผลผลิต ราคาและมูลค่าผลผลิตที่เกษตรกรขายได้ ปี 2550-2558

ปี เนื้อที่ยืนต้น (ไร่) เนื้อที่ให้ผล (ไร่) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตต่อไร่ (กก.) ราคา (บาท/กก.) มูลค่าผลผลิต (ล้านบาท)
ยืนต้น ให้ผล
2550 426,847 424,632 55,660 127 131 45.57 2,536.426
2551 403,449 388,662 50,442 125 130 59.81 3,016.936
2552 381,224 365,337 56,315 148 154 68.35 3,849.130
2553 382,189 359,489 48,955 128 136 57.50 2,814.913
2554 342,734 322,896 42,394 124 131 70.94 3,007.430
2555 329,265 306,112 41,461 126 135 69.09 2,864.540
2556 317,667 297,025 37,475 118 126 71.16 2,666.721
2557 281,092 259,449 37,791 134 146 64.94 2,454.148
2558 N/A 248,523 26,489 N/A 107 68.30 1,809.142
 

ที่มา :ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ผลผลิต การส่งออก การนำเข้า และการบริโภคกาแฟของไทย ปี 2555 - 2557

ปี ผลผลิต (ตัน) การส่งออก (ตัน) การนำเข้า (ตัน) การบริโภค (ตัน)
2555 41,461 9,345 35,593 67,709
2556 37,475 1,989 41,334 76,820
2557 37,791 6,883 54,428 85,336
 

ที่มา :คำนวณจากข้อมูลของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ปริมาณ และมูลค่าการส่งออกกาแฟของไทย ปี 2550 - 2557

หน่วย: กิโลกรัม และล้านบาท

ปี กาแฟคั่วรวมทั้งที่บดแล้ว กาแฟดิบยังไม่ได้คั่ว กาแฟสังเคราะห์และของปรุงแต่งจากกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป เปลือก เยื่อกาแฟ
ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า
2550 100,965 22.5 11,137,905 593.7 17,984,120 1,157.4 7,798,127 746.9 382,298 24.6
2551 123,481 24.3 1,538,675 126.6 23,548,055 1,862.5 3,391,127 716.4 689,559 83.8
2552 147,414 32.8 233,924 31.0 30,918,638 2,694.9 4,121,695 980.3 1,270,306 159.6
2553 215,147 36.3 319,639 41.1 36,335,345 3,417.1 8,308,457 1,107.8 330,011 44.2
2554 136,734 29.5 719,582 101.7 38,349,980 3,996.1 5,262,667 905.7 30,472 4.6
2555 115,762 33.3 1,969,491 160.8 40,964,020 4,576.0 7,259,974 1,130.4 53,091 8.9
2556 98,339 31.2 269,916 44.9 52,181,980 5,474.5 1,620,788 302.7 19,596 4.8
2557 167,803 47.3 399,205 63.4 58,424,817 6,052.5 6,315,949 860.0 33,196 5.0
 

ที่มา :สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ราคาเมล็ดกาแฟในประเทศไทย ระหว่างปี 2550 - 2558

  2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558
ราคาเมล็ดกาแฟ (บาท/กก.) 45.57 59.81 68.35 57.50 70.94 69.09 71.16 64.94 68.30
 

ที่มา :ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
1. นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.1 กาแฟคั่วบด (Roast and ground coffee) หมายถึง การนำสารกาแฟ หรือเมล็ดกาแฟ มาคั่วให้สุก ได้สีน้ำตาล มีกลิ่นหอมและรสชาติที่ต้องการ ต่อจากนั้นนำมาบดให้เป็นผง แล้วนำไปต้มหรือผ่านความร้อนด้วยอุปกรณ์การเตรียมกาแฟชนิดต่างๆ โดยต้องมีการกำจัดกากกาแฟออกด้วยการกรอง

1.2 กาแฟสำเร็จรูป (Instant coffee ,Soluble coffee) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลกาแฟที่สุกแก่เต็มที่ตากให้แห้งสนิทมีความชื้นที่เหมาะสม นำมาคั่วจนได้ที่ มิได้มีการผสมสิ่งอื่นใด แล้วนำมาสกัดด้วยน้ำเท่านั้น จากนั้นนำไประเหยน้ำออกมาจนแห้งด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม มีลักษณะเป็นผง หรือเกล็ด สามารถละลายน้ำได้หมดทันที กาแฟผงสำเร็จรูปที่ผลิตในประเทศไทย มักทำมาจากกาแฟโรบัสต้าเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากกาแฟโรบัสต้านั้นมีเนื้อกาแฟ (Body) มากกว่า และมีราคาถูกกว่ากาแฟอาราบิก้า

ประเภทของผลิตภัณฑ์กาแฟผงสำเร็จรูปที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

1.2.1 กาแฟผงสำเร็จรูปที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟ โดยไม่มีการปรุงแต่งด้วยส่วนผสมประกอบอื่นๆ แต่ผลิตภัณฑ์ อาจมีความแตกต่างกันเนื่องจากส่วนผสมของกาแฟที่ใช้ อุณหภูมิ และเวลาในการคัด

1.2.2 กาแฟผงสำเร็จรูปที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟและมีการปรุงแต่งด้วยสารอื่นๆ เพื่อให้ได้รสชาติตามความต้องการของ ผู้บริโภค เช่น การผสมด้วยน้ำตาลเคี่ยวข้น (Caramel) เพื่อปรุงแต่งสี และกลิ่นของกาแฟให้น่าดื่มยิ่งขึ้น

1.2.3 กาแฟผงสำเร็จรูปชนิดที่ผสม ครีมเทียมและน้ำตาล หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า กาแฟทรี อิน วัน (Three in one) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมครีมเทียมและน้ำตาลไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคยิ่งขึ้น

1.2.4 กาแฟผงสำเร็จรูปที่สกัดคาเฟอีน (Decaffeinated coffee) ผลิตจากเมล็ดกาแฟที่สกัดสารคาเฟอีนออกไปแล้ว นำมาผ่านขบวนการทำเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการ หรือไม่สามารสดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนได้ ซึ่งราคาสูงกว่ากาแฟผงสำเร็จรูปแบบปกติ

1.2.5 กาแฟผงสำเร็จรูปชนิดแต่งกลิ่น (Flavored coffee) เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีไว้สำหรับผู้บริโภคที่ชอบความแปลกใหม่ หรือชอบกลิ่นของพืชบางชนิด ประกอบกับกลิ่นของกาแฟ เช่น กลิ่นวานิลา กลิ่นโสม

1.3 กาแฟพร้อมดื่ม (Ready to drink coffee) หมายถึง ผลิตภัณฑ์กาแฟที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง หรือกล่อง สามารถดื่มได้ทันที

2. ผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามจากกากกาแฟ[1] เช่น ผลิตภัณฑ์ขัดผิว ผลิตภัณฑ์พอกหน้า เป็นต้น

 

[1]หมายถึง เศษผงของกาแฟคั่วบด ที่เหลือจากการนำไปคั้นเอาน้ำไว้ชง
12. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการทางภาษี
มาตรการทางด้านภาษี

ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ ยกเลิกอัตราภาษีเมล็ดกาแฟจากไทย

ประเทศอินเดีย ไม่ลดอัตราภาษีให้ไทยยกเว้นเมล็ดกาแฟไม่คั่วไม่ได้แยกกาเฟอีนออก ซึ่งทยอยลดภาษีให้ไทยจากร้อยละ 100 เหลือร้อยละ 45 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562

ประเทศจีน กาแฟคั่วที่แยกกาเฟอีนออกแล้ว เปลือกและเยื่อกาแฟ ผลิตภัณฑ์กาแฟและกาแฟสำเร็จรูป จีนได้ยกเลิกอัตราภาษีแล้ว ในส่วนผลิตภัณฑ์กาแฟอื่นๆ จีนจัดเป็นสินค้าอ่อนไหว จึงจะลดภาษีให้ไทยเหลือร้อยละ 0-5 ภายใน 1 มกราคม 2561

ประเทศญี่ปุ่น กาแฟที่ไม่ได้คั่ว เปลือกและเยื่อกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟบางพิกัดได้ยกเลิกอัตราภาษีให้ไทยแล้ว

ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2556 มีการเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจริงจากกาแฟและชาของไทย ร้อยละ 15.7
13. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการที่มิใช่ทางภาษี
ประเทศมาเลเซีย กระทรวงเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมาเลเซียได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานขนาด เกรด บรรจุภัณฑ์ และฉลากสำหรับสินค้าเกษตรมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2553 โดยกฎระเบียบฉบับใหม่นี้ กระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกผลไม้และผักสด ทำให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เพราะสินค้าผักผลไม้สดของไทยที่ส่งออกไปมาเลเซีย มีลักษณะคละเกรด และบรรจุในลังพลาสติก กล่องกระดาษ และถุงพลาสติก ทั้งนี้กฎระเบียบดังกล่าวครอบคลุมการส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรด้านพืช ได้แก่ ผักสด 73 ชนิด ผลไม้สด 56 ชนิด ไม้ตัดดอก 6 ชนิด ถั่ว 2 ชนิด มะพร้าว เมล็ดกาแฟ และลำต้นอ้อย ส่วนมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หีบห่อสินค้า มาเลเซียได้กำหนดให้ใช้วัสดุที่สะอาด มีความแข็งแรงสามารถป้องกันการกระแทก บรรจุภัณฑ์ต้องไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อบรรจุภัณฑ์ กรณีนำบรรจุภัณฑ์เดิมมาใช้ใหม่ ต้องลบหรือถอดฉลากเดิมออกก่อน หากสินค้าไม่ผ่านการตรวจสอบ จะถูกปฏิเสธการนำเข้าทันทีและอาจมีโทษตามกฎหมายมาเลเซีย โดยปรับไม่เกิน 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 1 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE