กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดกระชายดำ

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
กระชายดํา Kaempferia parviflora เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นของชาวเผ่าม้งที่อาศัยในบริเวณเขาในจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ปัจจุบันเป็นหนึ่งในห้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ/สมุนไพรที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย (Thailand Champion Herbal Products: TCHP) จึงมีการส่งเสริมการปลูกเชิงพาณิชย์มากขึ้น ทั้งโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เช่น จังหวัดเลย ตาก กาญจนบุรี เพชรบูรณ์ และอุดรธานี และส่งเสริมการปลูกโดยเอกชนเพื่อส่งออกต่างประเทศ เช่น บริษัท ชัยชาดา จำกัด เป็นต้น 
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ข้อมูลปริมาณและมูลค่าการบริโภคกระชายดำในประเทศไทยยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด 
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
มีการอ้างสรรพคุณทางยาของกระชายดำ เช่น เสริมสุขภาพ เสริมกําลัง แก้ปวดท้อง ต้านอักเสบ และเสริมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็นสรรพคุณที่ทําให้กระชายดําและ ผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ เช่น เหง้าสดกระชายดํา ไวน์กระชายดํา ผงชง และแคปซูลผงแห้งได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
การสำรวจภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพกระชายดํา (สนับสนุนโดยสํานักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)) ในเดือนธันวาคม ปี 2553 พบว่า มีความต้องการวัตถุดิบเหง้ากระชายดําสูงขึ้น โดยมีราคาระหว่าง 50–120 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีการประกันราคารับซื้อเหง้ากระชายดํา 50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่มีรายงานว่ารับซื้อโดยผู้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ (2557). สรุปรายงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 10)
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ข้อมูลจากโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพกระชายดํา (สนับสนุนโดยสํานักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตั้งแต่ พ.ศ. 2547-2553) พบว่า สารสําคัญที่แยกสกัดได้จากเหง้ากระชายดํา       มีทั้งหมด 11 ชนิด เป็นสารกลุ่มเมทอกซีฟลาโวน ซึ่งสารกลุ่มนี้มีรายงานฤทธิ์ต้านการอักเสบของแผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลชีพในช่องปากและทางเดินอาหาร เพิ่มการไหลเวียนเลือด/ขยายหลอดเลือด ปัจจุบัน โครงการฯ ได้นำไปสู่องค์ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติทางเคมีของสารสําคัญเหล่านี้ กรรมวิธี และเทคโนโลยีการเตรียมสารสกัด การควบคุมคุณภาพ (เป็นองค์ความรู้กรรมวิธีการเตรียมการสกัดกระชายดําคุณภาพสูงที่นําไปจดอนุสิทธิบัตร เมื่อปี 2550) และได้ระบบนําส่งอนุภาคนาโน สําหรับสารสกัดกระชายดำที่สามารถกักเก็บสารสกัดกระชายดําได้ในปริมาณสูง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมผ่านผิวหนังมากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเจลสารสกัดกระชายดํา ซึ่งได้นําไปต่อยอดโดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้านการอักเสบรูปแบบเจลนาโนกระชายดํา มีลักษณะเป็นเจลสีเหลืองอ่อน ซึมผ่านผิวหนังได้ดี ซึ่งนําไปสู่การทดแทนยาแผนปัจจุบันที่นําเข้าจากต่างประเทศ และเป็นการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์พื้นบ้านให้มีมูลค่าเพิ่ม

 

ปัจจุบันได้มีการขยายผลเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อตกลงระหว่าง บริษัท บางกอกแล็บแอนด์คอสเมติกส์ และ วช. ให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และผลิตระดับอุตสาหกรรม         โดยบริษัทฯ ได้ผลิตและวางขายภายใต้แบรนด์ Kachana(คาชาน่า) และ Kachana-90 (คาชาน่า-เก้าสิบ) ในปี 2558 เป็นปีแรก และทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อออกผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกระชายดำในรูปแบบอื่นๆ เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ เจล รวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

นอกจากนี้ ในระดับชุมชน โดยวิสาหกิจชุมชนรักษ์สมุนไพรไทยท่าศาลา จังหวัดเลย ยังมีการพัฒนาและจำหน่ายกาแฟกระชายดำ ทั้งในรูปขายปลีก และแฟรนไชต์ โดยขายวัตถุดิบ ได้แก่ กาแฟคั่วบด ในราคา กิโลกรัมละ 500 บาท และผงกระชายดำผสมน้ำผึ้ง ในราคา 50 บาทต่อน้ำหนัก 100 กรัม
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
ข้อมูลอุปสรรคทางการค้ากระชายดำในต่างประเทศยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด  อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักของกระชายดำและผลิตภัณฑ์ของไทยได้ห้ามไม่ให้มีการขายกระชายดำที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด ขณะที่หากพิจารณาอุปสรรคการค้าสมุนไพรในต่างประเทศในภาพรวม จะพบว่า อุปสรรคทางการค้ายาสมุนไพรในต่างประเทศยังมีอยู่มาก ทั้งความยุ่งยากในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ (ค่าใช้จ่าย รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ใบอนุญาตจัดจำหน่าย รวมถึงความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภคต่างประเทศเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรไทย เนื่องจากผู้บริโภคในต่างประเทศอาจมียาสมุนไพรท้องถิ่นของตน เช่น จามูของประเทศอินโดนีเซีย หรือสมุนไพรจีน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจมีข้อกำหนดอื่นๆ เป็นการเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น การกำหนดให้ผู้ส่งออกของประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยต้องส่งออกผ่านตัวแทนโรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่น โดยมีสัญญาว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้โรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่นสามารถผลิตยาเองได้เมื่ออายุทะเบียนตำรับยาหมดไป หรือเลือกตั้งโรงงานผลิตยาในประเทศนั้นๆ (อินโดนีเซีย) เป็นต้น

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE