กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดบัวบก

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
จำนวนครัวเรือน เนื้อที่ปลูก และเนื้อที่เก็บเกี่ยวบัวบก ปี 2553

จำนวนครัวเรือน (ครัวเรือน) เนื้อที่ปลูก (ไร่) เนื้อที่เก็บเกี่ยว (ไร่) ผลผลิต (กิโลกรัม) ผลผลิตเฉลี่ย (กิโลกรัมต่อไร่)
896 1,907.95 1,541.78 143,300 93

ที่มา :กรมส่งเสริมการเกษตร (2553). ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ปี 2553
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ข้อมูลปริมาณและมูลค่าการบริโภคบัวบกในประเทศไทยยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์แสดงมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางไทยมีมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นตลาดกลุ่มอาเซียนประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมสารสกัดสมุนไพรไทยหลายชนิด รวมถึงบัวบก ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน เช่น สหรัฐฯ (บัวบก หรือที่ต่างประเทศรู้จักในชื่อ "Gotu kola" เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรในหนังสือ "Popular Herb in US Market") รวมถึงอินเดีย (ที่มา วารสารอภัยภูเบศร ปีที่ 1 ฉบับที่ 6 ประจำเดือนธันวาคม 2546)
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ข้อมูลราคาตลาดของบัวบกรวบรวมโดยกรมส่งเสริมการเกษตร (ปี 2555) ประกอบด้วย ราคาจำหน่ายเป็นผักพื้นบ้าน 2-5 บาทต่อกำ ราคาต้นพันธุ์บัวบก 25 บาทต่อกระถาง ราคาวัตถุดิบใบบัวบกสด 10-14 บาทต่อกิโลกรัม และราคาวัตถุดิบใบบัวบกแห้ง 80 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งหากนำข้อมูลผลผลิตเฉลี่ย 93 กิโลกรัมต่อไร่ ในตารางที่ 3.210 มาคำนวณ เกษตรกรผู้ขายใบบัวบกแห้งจะได้รายได้เฉลี่ยประมาณ 7,500 บาทต่อไร่ ขณะที่มีข้อมูลต้นทุนการผลิตบัวบกเฉลี่ยประมาณ 5,340 บาท /ไร่
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
บัวบกเป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยให้แผลหายเร็วสามารถนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสมุนไพร คือ สารสกัดสมุนไพร ยาจากสมุนไพร อาหารและอาหารเสริมจากสมุนไพร เครื่องสำอางสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สปาและอุปกรณ์สมุนไพรเพื่อการแพทย์ทางเลือก โดยมีการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนี้

 

สารสกัดสมุนไพร: สารสกัดบัวบกมีสรรพคุณช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ สมานแผล ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดจุดด่างดำ กระชับผิว กระชับรูขุมขน และมีการใช้สูดดม เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก

ยาจากสมุนไพร: บัวบกสามารถเป็นยารักษาอาการได้ทั้งภายนอกและภายใน และสามารถใช้ได้ทั้งบัวบกสดและแปรรูป สำหรับยาใช้ภายนอกเป็นรูปแบบของครีมจากสารสกัดบัวบก เพื่อสมานแผลและป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น ส่วนยาใช้ภายในจะเป็นแบบแคปซูลบำรุงสมอง ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น     ช่วยขับปัสสาวะ

อาหารและอาหารเสริมจากสมุนไพร: การรับประทานบัวบกมักอยู่ในรูปของผักสด และเตรียมเป็นเครื่องดื่ม อาทิ น้ำบัวบก มีวางขายทั่วไปในท้องตลาด ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นใบบัวบกอบแห้งสำหรับชงดื่ม

เครื่องสำอางสมุนไพร: บัวบกนำมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องสำอางหลายชนิดด้วยกัน เนื่องจากคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดสิว ลดการอักเสบของผิวเครื่องสำอางจากบัวบก ได้แก่ เจลล้างหน้า   โทนเนอร์ ครีมแต้มสิว ครีมบำรุงผิว ครีมกระชับผิว แชมพู สบู่ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์สปาและอุปกรณ์สมุนไพรเพื่อการแพทย์ทางเลือก: มีการนำบัวบกผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ มาทำเป็นน้ำมันนวดและบาล์ม เพื่อช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์บัวบกที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากใบบัวบก (Asiatic Ext.)      ชาบัวบก บาล์มสมุนไพรบัวบก ครีมบัวบกคอลลาเจน ครีมบำรุงผิวใบบัวบก โกตูลา ซี-อี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากใบบัวบก แคปซูลบัวบกอภัยภูเบศร น้ำแร่โทนเนอร์บัวบก เซนเทลล่าครีม (สารสกัดใบบัวบก 7%) สบู่ใบบัวบก เครื่องดื่มน้ำใบบัวบก เจลแต้มสิวบัวบก เจลทำความสะอาดบัวบก ฟิล์มไคโตซานผสมสารสกัดจากรากและใบบัวบกรักษาแผลบนผิวหนัง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ (บำรุงสมอง) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เป็นต้น
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักของบัวบกและผลิตภัณฑ์ของไทยได้จำกัดการนําเข้าสินค้าเกษตรประเภทผักสดและผลไม้โดยกําหนดว่าต้องผ่านการตรวจสอบสารพิษตกค้างจากกรมวิชาการเกษตร         ก่อนส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นในรายการซึ่งรวมถึงบัวบกดังต่อไปนี้ (ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (2554). ภาวะการค้าไทย-ญี่ปุ่น)

 

- พืชชนิดต่างๆ ได้แก่ มังคุด ทุเรียน มะม่วงดิบ (ยกเว้นพันธุ์มหาชนก) ส้มโอ มะขาม ลิ้นจี่ ลําไย ข้าวโพด กระเจี๊ยบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ขิง และพริก

- ผักชนิดต่างๆ ได้แก่ ผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว ใบโหระพา ผักชี ใบกระเพรา ผักคะแยงยี่หร่า ใบแมงลัก ใบสะระแหน่ ผักแพ้ว ใบบัวบก ถั่วลันเตา กะหล่ำปลี ส้มป่อย/ชะอม ใบมะกรูด ผักกระเฉด ตะไคร้ผักเป็ด และกระเจี๊ยบเขียว

 

นอกจากนี้ ในการส่งออกบัวบกไปยังราชอาณาจักรนอร์เวย์ สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ และสหภาพยุโรป ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งสินค้าผักและผลไม้ออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 11 เมษายน 2546 และประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง กำหนดชนิด หรือประเภทของผักและผลไม้ที่ต้องมีหนังสือรับรองในการส่งออก พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 30 เมษายน 2550 สรุปสาระสำคัญให้ผู้ส่งออกไปยัง 3 ประเทศดังกล่าว ต้องมีหนังสือรับรองตามผลการตรวจสอบวิเคราะห์ของกรมวิชาการเกษตร หรือห้องปฏิบัติการของหน่วยงานอื่นที่กรมวิชาการเกษตรให้การรับรองแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อประกอบพิธีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

 

นอกจากนี้ หากพิจารณาอุปสรรคการค้าสมุนไพรในต่างประเทศในภาพรวม จะพบว่า อุปสรรคทางการค้ายาสมุนไพรในต่างประเทศยังมีอยู่มาก ทั้งความยุ่งยากในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ (ค่าใช้จ่าย รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ใบอนุญาตจัดจำหน่าย รวมถึงความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภคต่างประเทศเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรไทย เนื่องจากผู้บริโภคในต่างประเทศอาจมียาสมุนไพรท้องถิ่นของตน เช่น จามูของประเทศอินโดนีเซีย หรือสมุนไพรจีน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจมีข้อกำหนดอื่นๆ เป็นการเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น การกำหนดให้ผู้ส่งออกของประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยต้องส่งออกผ่านตัวแทนโรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่น โดยมีสัญญาว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้โรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่นสามารถผลิตยาเองได้เมื่ออายุทะเบียนตำรับยาหมดไป หรือเลือกตั้งโรงงานผลิตยาในประเทศนั้นๆ (อินโดนีเซีย) เป็นต้น

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE