กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดหญ้าเนเปียร์

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
การปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่มีการใช้เทคโนโลยีการจัดการดูแลอย่างประณีต เช่น การเลือกพื้นที่ การเตรียมดิน การเตรียมพันธุ์ ฤดูปลูกและวิธีการปลูก การดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย การให้น้ำ การควบคุมกำจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยว การบำรุงตอ โดยการบูรณาการกันอย่างมีระบบ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 สามารถเก็บเกี่ยวหญ้าได้ปีละ 5-6 ครั้ง ให้ผลผลิตน้ำหนักสด ประมาณ 70-80 ตันต่อไร่ต่อปี (น้ำหนักแห้งประมาณ 9.5-11.5)
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ข้อมูลปริมาณและมูลค่าการบริโภคหญ้าเนเปียร์ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ข้อมูลปริมาณและมูลค่าการส่งออกหญ้าเนเปียร์ของประเทศไทยยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ข้อมูลราคาตลาดหญ้าเนเปียร์ของประเทศไทยยังไม่ได้มีการรวบรวมในรายละเอียด
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
หญ้าเนเปียร์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 2 รูปแบบ คือ

1. หญ้าเนเปียร์เป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากมีโปรตีนสูง เช่น ใช้เลี้ยงสัตว์บก เช่น โคเนื้อ โคนม ไก่ สุกร  ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ[1] โดยสามารถนำไปเป็นอาหารสำหรับปลากินพืชโดยตรง นำไปทำปุ๋ยพืชสดเพื่อทำให้เกิดการสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น

2. หญ้าเนเปียร์เป็นพลังงานทดแทน โดยสามารถผลิตเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบก๊าซชีวมวล และรูปแบบเชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดเม็ด (Pellets)

 

ก๊าซชีวภาพที่ได้จากหญ้าเนเปียร์ ใช้ประโยชน์ใน 3 รูปแบบ คือ[2] ผลิตไฟฟ้า ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพอัด (Compress Bio Gas: CBG) นำไปใช้แทนก๊าซแอลพีจี (LPG) โดยมากพบว่าหญ้าเนเปียร์สดมีน้ำตาลและความชื้นสูง จึงเหมาะกับการนำไปหมักเพื่อผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ โดยมีองค์ประกอบของ มีเทน (CH4) ประมาณ ร้อยละ 57 ต่อ 1 กิโลกรัม น้ำหนักสด แต่ในกรณีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลระบบ Gasification ก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน แต่ต้องลดทอนปริมาณความชื้นลงไปที่ร้อยละ 25 และต้องมีระบบการสับหรืออัดบดให้ได้ขนาดที่ต้องการ จากลักษณะเด่นของหญ้าดังกล่าว สามารถใช้เครื่องเก็บเกี่ยวที่มีลักษณะเก็บเกี่ยวพร้อมกับสับไปพร้อมกัน ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา และพื้นที่ในการขนส่ง สามารถเก็บเกี่ยวและขนส่งได้เป็นปริมาณมากๆต่อวันได้ โดยถ้ามีพื้นที่ปลูกเพียงพอก็สามารถเป็นวัตถุดิบสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ตลอดทั้งปี[3]

 

นอกจากนี้ หญ้าเนเปียร์ยังได้รับความนิยม ในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงใช้ทดแทนพลังงานถ่านหินที่เรียกว่า หญ้าเนเปียร์อัดแท่งตะเกียบ หรือ Napier grass pellet ด้วยที่เป็นพลังงานสะอาด จากวัสดุธรรมชาติ ไม่มีมลพิษทางอากาศหลังการเผาไหม้ รวมทั้ง สารตะกอนตกค้างในการเผา มีความนิยมมากในกลุ่มประเทศยุโรปและเอเซียตอนบน[4]

 

 

[1] สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด, “สรุปการใช้หญ้าเนเปียร์ใรการเลี้ยงสัตว์น้ำ”.

[2] กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน, “คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์”,2556.

[3] Thai Pellet Energy Industrial, “หญ้าเนเปียร์อัดแท่งตะเกียบ”.

[4] Thai Pellet Energy Industrial, “หญ้าเนเปียร์อัดแท่งตะเกียบ”.
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
				
			
12. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการทางภาษี
มาตรการทางภาษีของประเทศในอาเซียน

อัตราภาษีนำเข้าเศษไม้อัดเม็ด[1] (HS 4401.31) ของประเทศสมาชิกอาเซียน แบ่งเป็นอัตราภาษีที่จัดเก็บภายใต้กรอบ WTO และอัตราภาษีภายใต้กรอบอาเซียน (ATIGA)

ประเทศ อัตราภาษีภายใต้กรอบ WTO อัตราภาษีภายใต้กรอบ ATIGA
บรูไน 20 0
กัมพูชา 7 0
อินโดนีเซีย 0 0
ลาว 10 0
มาเลเซีย 20 0
เมียนมาร์ 5 0
ฟิลิปปินส์ 3 0
สิงคโปร์ 0 0
เวียดนาม 3 0
    [1] HS 4401.31 ขี้เลื่อย เศษไม้และของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยไม้ จะเกาะหรือติดรวมกันเป็นท่อน ก้อน เป็นเพลเลตหรือลักษณะที่คล้ายกัน หรือไม่ก็ตาม (Sawdust and wood waste and scrap, whether or not agglomerated in logs, briquettes, pellets or similar forms) - เศษไม้อัดเม็ด (Wood pellets)

ที่มา :WTO และ asean.org
13. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการที่มิใช่ทางภาษี
มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศในอาเซียน

มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการค้าหญ้าเนเปียร์

ประเทศ มาตรการ สินค้า วิธีดำเนินการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ NTMs/NTBs
บรูไน Import permit (Automatic) เศษไม้อัดเม็ด Automatic License/Permits Issued by Forestry Department. Import Permit, which will be issued after obtaining approval of license or permit from Forestry Department, is required on imports of woods. The licenses/permits are automatically granted upon the presentation of the exporting party’s invoice for the said items. Department of Forestry, MIPR NTMs
กัมพูชา[1] สินค้าต้องตรวจสอบก่อนนำเข้า (Pre-Shipment Inspection) สินค้าก่อนนำเข้ามูลค่า>4,500ดอลลาร์สหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง ได้ออกระเบียบการตรวจสอบสินค้าก่อนการนำเข้าที่มีมูลค่ามากกว่า 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง NTMs
อินโดนีเซีย[2] ขออนุญาตนำเข้า อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ และผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ผู้นำเข้าจะต้องจดทะเบียนกับ Ministry of Trade and Industry หรือจดทะเบียนกับ Department of Health (BPOM) ของอินโดนีเซีย และระบุหมายเลขทะเบียน (ML NO.) ลงในผลิตภัณฑ์ด้วย - Ministry of Trade and Industry - Department of Health (BPOM)   NTMs
มาเลเซีย Import Licensing (Import Permit); Technical regulation (SPS) เศษไม้อัดเม็ด The following requirement must be met: (i) product certification (factory overseas); (ii) consignment sampling and testing (point of entry) and (iii) consignment verification (factory overseas and point of entry). Step (iii) is not required if the test report is accepted by relevant authority. Ministry of Agriculture and Agro-based Industry. NTMs
สิงคโปร์[3]   สินค้าทุกชนิด ผู้นำเข้าส่งออก ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับหน่วยงาน Accounting & Corporate Regulatory Authority (ACRA) และได้รับใบอนุญาตการนำเข้าหรือส่งออก จาก IE Singapore - Accounting & Corporate Regulatory Authority - IE Singapore NTMs
    [1] กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนราชอาณาจักรกัมพูชา”, 2554. [2] กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย”, 2555. [3] กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสิงคโปร์”, 2555.

ที่มา :กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ asean.org

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE