กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดหม่อน

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
ข้อมูลผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและผลผลิตปี 2556

 

ไหมหัตถกรรม (ไหมไทยพื้นบ้าน/ไหมไทยลูกผสม) ไหมอุตสาหกรรม จำนวนผู้ทอผ้าไหมและทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม (ที่ไม่ได้ปลูกหม่อนเลี้ยง) (ราย) จำนวนร้านค้าผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม (ราย) หม่อนผลสด
จำนวนเกษตรกร (ราย) พื้นที่ปลูกหม่อน (ไร่) ปริมาณเส้นไหมที่ผลิตได้ (กก.) จำนวนเกษตรกร (ราย) พื้นที่ปลูกหม่อน (ไร่) ปริมาณรังไหม (กก.) เส้นไหมที่ผลิตได้ต่อปี (กก.) จำนวนเกษตรกร (ราย) พื้นที่ปลูกหม่อน (ไร่) ผลผลิตที่ได้ (กก.)
71,630 39,570.2 287,771 2,552 15,520.0 1,076,207 145,072 41,764 693 901 1,116.3 270,765
 

ที่มา :กรมหม่อนไหม (2557)
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ตารางแสดงมูลค่าการส่งออกผลหม่อน (ตารางที่ 3.115) สะท้อนว่าผลผลิตหม่อนของไทยในปัจจุบันเกือบทั้งหมดนำมาใช้ในประเทศ ดังนั้นปริมาณการบริโภคในประเทศจึงประมาณการว่าใกล้เคียงกับผลผลิตที่ปรากฏในตารางที่ 3.114 คือ 270,765 กิโลกรัม สำหรับหม่อนผลสด ในปี 2556
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
มูลค่าการส่งออกมัลเบอร์รี่ (ผลหม่อน) ปี 2550-2557

  มูลค่าการส่งออก (บาท)
  มัลเบอร์รี่สด[1] มัลเบอร์รีนึ่ง, ต้ม, แช่เย็น หรือเติมน้ำตาล[2] รวม
2550 430,463 0 430,463
2551 989,238 124,809 1,114,047
2552 0 2,708,528 2,708,528
2553 0 163,263 163,263
2554 122 220,460 220,582
2555 935 544,619 545,554
2556 4,234 308 4,542
2557 358 0 358
    [1]HS Code 0810.2000.000 หมายถึง ผลไม้อื่น ๆ สด (Other fruit, fresh) ได้แก่ ราสพ์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ และ โลแกนเบอร์รี่(Raspberries, blackberries, mulberries and loganberries) [2]HS Code 0811.2000.000หมายถึงผลไม้และลูกนัตดิบหรือทำให้สุกโดยการนึ่งหรือต้ม แช่เย็นจนแข็งจะเติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือไม่ก็ตาม (Fruit and nuts, uncooked or cooked by steaming or boiling in water, frozen, whether or not containing added sugar or other sweetening matter)ได้แก่ ราสพ์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ โลแกนเบอร์รี่ เคอร์แรนต์ชนิดดา ขาว หรือแดง และกูสเบอร์รี่(Raspberries, blackberries, mulberries, loganberries, black, white or red currants and gooseberries)

ที่มา :กรมศุลกากร (2558)
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ณ เดือนมกราคม 2558[1] ราคาใบหม่อนเพิ่มขึ้นจาก 5 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2557 เป็น 8-10 บาทต่อกิโลกรัม ลูกหม่อนสด ราคา 150 - 330 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับคุณภาพและพันธุ์ ลูกหม่อนแช่แข็ง ราคา 250 - 300 บาทต่อกิโลกรัม และลูกหม่อนชนิดเข้มข้น ราคา 250 - 290 บาทต่อ 1 ขวดปริมาณ 700 ซีซี

 

[1]ข้อมูลจากกรมหม่อนไหม เผยแพร่ใน ไทยรัฐออนไลน์ 29 มกราคม 2558 "อย่ามองเมินใบหม่อน อาชีพเสริมมีแต่กำไร"
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
หม่อนสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ได้แก่

 

1. อาหารหนอนไหม

ใบหม่อนมีปริมาณโปรตีน 22.60% คาร์โบไฮเดรท 42.25% ไขมัน 4.57% ความชื้น 6.55% เส้นใยและเถ้า 24.03% เป็นพืชอาหารสำหรับหนอนไหม (Bombyx mori ) ซึ่งเป็นไหมบ้าน นิยมเลี้ยงโดยทั่วไป ส่วนไหมชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นไหมป่าบางชนิดใช้ใบละหุ่ง ใบกระท้อน ใบโอ๊ค หรือใบมันสำปะหลัง เป็นอาหารได้ นิยมเลี้ยงกันบ้างในประเทศอินเดีย จีน และญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นได้พัฒนาพันธุ์ที่สามารถใช้ใบหม่อนและก้านอ่อนของหม่อนเป็นอาหารได้ ตลอดจนพันธุ์ไหมที่สามารถกินพืชตระกูลกระหล่ำได้ เช่น พันธุ์ Asagiri (J 601 x C 601) และพันธุ์ที่กินผลแอปเปิ้ลโดยไม่แสดงอาการเป็นพิษ ตลอดจนปัจจุบันสามารถผลิตอาหารเทียมที่ไม่ใช้ใบหม่อนเป็นส่วนประกอบได้ แต่การเจริญเติบโตและผลผลิตรังไหมก็ไม่สมบูรณ์เท่าเทียมกับการใช้หม่อนเป็นอาหาร เนื่องจากหนอนไหมมีความสามารถในการเปลี่ยนโปรตีนจากใบหม่อนเป็นเส้นใยไหมได้ดีกว่าพืชชนิดอื่น ใบหม่อน 108-120 กก. สามารถเปลี่ยนเป็นรังไหมได้ประมาณ 6-7 กก. เมื่อสาวเป็นเส้นไหมจะได้ประมาณ 1 กก. เป็นอันว่าอุตสาหกรรมการผลิตไหมทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และในครัวเรือนยังคงต้องปลูกหม่อนไว้สำหรับเลี้ยงไหม

 

2. พืชสมุนไพร

ตำราสมุนไพรจีน กล่าวถึงสรรพคุณของหม่อนไว้ เช่น “ยอดหม่อน” นำมาต้มใช้ดื่มและล้างตา เพื่อบำรุงสายตา “ใบหม่อน” นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่า สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระต่าย      ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตและลดอัตราการตายของหนูที่มีสาเหตุจากมะเร็งในตับ         “กิ่งหม่อน” ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก รักษาอาการปัสสาวะสีเหลือง กลิ่นฉุนเกิดจากความร้อนภายใน  ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขจัดความร้อนในปอดและกระเพาะอาหาร ขจัดการหมักหมมในกระเพาะอาหารและเสลดในปอด  นอกจากนั้นยังใช้รักษาอาการปวดมือ เท้าเป็นตะคริว เหน็บชา โดยใช้กิ่งหม่อนและโคนต้นหม่อนเก่า ๆ มาตัดเป็นท่อน ผึ่งไว้ให้แห้ง นำมาต้มดื่มสามารถขจัดโรคดังกล่าวได้ “ผลหม่อน” รักษาโรคไขข้อ บำรุงหัวใจบำรุงผมให้ดกดำ “รากหม่อน” สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด นั่นคือ ลดความรุนแรงและรักษาโรคเบาหวาน สารอัลคาลอย deoxnojirimycin (DNJ) จากส่วนเปลือกรากหม่อน Morus nigra ได้นำมาทำเป็นยาชื่อ Homonojirimycin เพื่อใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน นอกจากนั้น DNJ ที่มีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายกับกลูโคส จะไปเพิ่มโมเลกุลของน้ำตาลที่ผิวด้านนอกของเชื้อ HIV เป็นอุปสรรคกีดขวางในการเข้าไปทำลายเซลล์ของเชื่อ HIV.Mr.Raymond Dwek และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดได้รายงานว่า butyl DNJ มีผลต่อการยับยั้งโรค AIDS มาก การทดลองในสัตว์ได้ผลดีระดับหนึ่ง การทดลองในคนไข้เอดส์ คาดว่าจะทำได้ในเร็ว ๆ นี้

 

3. อาหารและเครื่องดื่มมนุษย์

ในทวีปยุโรป ออสเตรเลียและอเมริกาเหนือ รู้จักหม่อนว่าเป็นต้นไม้ที่ผลรับประทานได้ ชาวญี่ปุ่นดื่มน้ำชาจากผงใบหม่อนและรากหม่อนมาเป็นเวลานาน สามารถหาซื้อชาที่ทำจากรากและใบหม่อนได้ เรียกว่า “Kuwacha “ ซึ่งผลิตโดยบริษัท Hoshida

หม่อนพันธ์พื้นเมืองของไทยที่มีเพศเมีย เช่น หม่อนไผ่ หม่อนคุณไพ จะมีผลขนาดเล็ก ไม่มีใครสนใจที่จะนำไปบริโภค อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยมีหม่อนพันธุ์ลูกผสมที่ให้ผลผลิตใบสูงและยังให้ผลที่มีขนาดใหญ่ คือ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 และนครราชสีมา 60 ทำให้มีผลหม่อนสดรับประทาน โดยผลสุกยังใช้ทำน้ำผลไม้และไวน์ กากที่เหลือใช้ทำแยมได้ ยอดหม่อนและใบหม่อน สามารถนำไปใส่อาหารแกง เช่น ต้มยำ

 

4. สารป้องกันกำจัดโรคพืช

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น พบว่า เนื้อเยื่อของกิ่งหม่อนบริเวณ cortex และ xylem จะสร้างสาร phytoalecins (PA) ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อรา จึงทำให้หม่อนมีความสามารถในการต้านทานต่อเชื้อราบางชนิด เช่น Stigming mori และ Fusarium solanif.sp.mori ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กิ่งหม่อนแห้งตาย  และพบว่าสารออกฤทธิ์ที่สกัดได้จาก epidermal cells ของลำต้นและราก คือ prenylflavon compounda เช่น luwanon C, morucin , albanin A-H และ albafuran A&B สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Rosellinia necatrix ที่เป็นสาเหตุของโรครากขาวของหม่อนได้ การพัฒนาสารกำจัดโรคพืชชนิดใหม่ด้วยการใช้สารที่สกัดจากส่วนต่าง ๆ ของหม่อนเป็นความท้าทายของนักวิชาการโรคพืชในอนาคต คุณรังษี เจริญสถาพร และคณะ พบว่าสารสกัดจากเปลือกรากหม่อน ที่ความเข้มข้น 5,000 ppm. สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ชนิด Pythium sp. Phytophthora parasitica และ Phytophthora palmivira ได้ 100% ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. vasinfectum และ Botryodiplodia theobrmae ได้ 78-79% และเชื้อรา Colletotrichum gloeospoioides ได้ 61% ในห้องปฏิบัติการ

 

5. กระดาษ

คุณทิพรรณี เสนะวงศ์ แห่งสถานีทดลองหม่อนไหมเชียงใหม่ และคุณเพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินทร์     แห่งศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเปลือกลำต้นหม่อนไปทำกระดาษสา      ในเบื้องต้นสามารถทำได้เช่นเดียวกับเปลือกลำต้นปอสา เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน การค้นคว้าวิจัยคงจะต้องดำเนินต่อไปถึงคุณภาพทางกายภาพและฟิสิกส์ของกระดาษสาที่ทำจากหม่อนว่าเป็นอย่างไร ขณะเดียวกับเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรายหนึ่งแห่งอำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์วิจัยหม่อนไหมอุดรธานีกล่าวว่า บริษัทฟินิกส์ขอนแก่น ที่ผลิตกระดาษจากไม้ไผ่ ได้รับซื้อต้นหม่อนในราคากิโลกรัมละ 0.50 บาท เพื่อนำไปศึกษาการทำเยื่อกระดาษถ้ามีความเป็นไปได้ วัสดุเหลือใช้จากแปลงหม่อน หลังจากนำใบหม่อนไปเลี้ยงไหมแล้ว คือกิ่งหม่อนและลำต้นหม่อน คงมีคุณค่าต่อเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น

 

6. อาหารสัตว์

ใบหม่อนนอกจากใช้เป็นอาหารของหนอนไหมแล้ว ยังนำใบหม่อนไปเลี้ยงปลาได้ คุณกอบกุล       แสนนามวงษ์ นักวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยหม่อนไหมอุดรธานี ได้ทดลองเลี้ยงไหมด้วยเศษใบหม่อนที่เหลือจากการเลี้ยงไหมไปเลี้ยงปลานิล พบว่า ปลานิลมีการอยู่รอดถึง 98% หลังการเลี้ยง 6 เดือน ในขณะที่การเลี้ยงด้วยอาหารปลากินพืชลอยน้ำอยู่รอด 94% แม้ว่าน้ำหนักปลาที่ได้จะน้อยกว่ากันก็ตาม (93.7 กรัม และ 133.0 กรัม/ตัว ตามลำดับ)

 

7. วัสดุเพาะเห็ด

คุณ ชวนพิศ สีมาขจร และคุณพินัย ห้องทองแดง แห่งศูนย์วิจัยหม่อนไหมนครราชสีมา ได้นำกิ่งหม่อนที่เหลือจากการเลี้ยงไหม เป็นวัสดุหลักในการเพาะเห็ดหอมและเห็ดนางรมโดยใช้มูลไหมหรือรำข้าวละเอียดใน อัตรา 5% เป็นส่วนผสมพบว่าสามารถใช้กิ่งหม่อนเป็นวัสดุเพาะเห็ดหอมสายพันธุ์ L31 และเห็ดนางรมสายพันธุ์จากภูฏาน ฮังการี และเยอรมนีได้ดี ยกเว้นการเพาะเห็ดหอม ไม่ควรใช้มูลไหมเป็นอาหารเสริม เนื่องจากมูลไหมทำให้วัสดุเพาะย่อยสลายเร็ว และเห็ดหอมต้องใช้เวลาบ่มเชื้อเห็ดที่ออกดอกหมดแล้ว และเริ่มย่อยสลายสามารถใช้ เป็นปุ๋ยได้ โดยก้อนเชื้อเห็ดหอม มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเท่ากับ 2.38, 0.31 และ 1.26% ส่วนก้อนเชื้อเห็ดนางรมมีปริมาณ 0.81, 0.21 และ 0.39% ตามลำดับ

 

8. ของที่ระลึกและอุปกรณ์กีฬา

ไม้หม่อนที่เหลือจากการตัดแต่งใช้ใบไปเลี้ยงไหมแล้ว กิ่งที่ลอกเปลือกออกและไม่ได้ลอกเปลือกสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นของที่ระลึกได้หลากหลายชนิด หรือของใช้ไม้สอยได้หลายอย่าง อาทิ กระเช้า หรือ ตะกร้าใส่แยมฯลฯ กิ่งหม่อนขนาดใหญ่หรือโคนหม่อนนำมาแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ทำเป็นพวงกุญแจหรือตั้งประดับในตู้กระจก หรือทำแบบจำลองวัสดุอุปกรณ์ต่างๆเป็นของที่ระลึกหรือทำเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวจำหน่ายได้ ในประเทศอินเดีย มีการใช้ไม้หม่อนทำอุปกรณ์กีฬา เช่น ไม้เบสบอล คริกเก็ตและอื่นๆ อุปกรณ์กีฬาที่ทำจากไม้หม่อนถือว่ามีคุณภาพสูง

 

9. ปุ๋ยและเชื้อเพลิง

ในประเทศอินเดีย บังคลาเทศ และศรีลังกามีการใช้กิ่งหม่อนที่ได้จากการเลี้ยงไหม ตลอดจนตอหม่อนที่หมดอายุมาเป็นเชื้อเพลิง  สำหรับประเทศไทยพบว่ามีการนำหม่อนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงน้อยมาก เนื่องจากนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสดใส่ในแปลงหม่อนแทน
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
				
			
12. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการทางภาษี
มาตรการทางภาษีของประเทศในอาเซียน

อัตราภาษีนำเข้าหม่อน (HS Code 0810.2000.000[1] และ 0811.2000.000[2]) ของประเทศสมาชิกอาเซียน แบ่งเป็นอัตราภาษีที่จัดเก็บภายใต้กรอบ WTO และอัตราภาษีภายใต้กรอบอาเซียน (ATIGA)

ประเทศ อัตราภาษีภายใต้กรอบ WTO อัตราภาษีภายใต้กรอบ ATIGA
บรูไน 0 0
กัมพูชา 7 0-5
อินโดนีเซีย 5 0
ลาว 30 5
มาเลเซีย 2-5 0
เมียนมาร์ 15 0
ฟิลิปปินส์ 7 0
สิงคโปร์ 0 0
เวียดนาม 15-30 5
  [1] HS Code 0810.2000.000 หมายถึง ผลไม้อื่น ๆ สด (Other fruit, fresh) ได้แก่ ราสพ์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ และ โลแกนเบอร์รี่ (Raspberries, blackberries, mulberries and loganberries) [2] HS Code 0811.2000.000 หมายถึง ผลไม้และลูกนัตดิบหรือทำให้สุกโดยการนึ่งหรือต้ม แช่เย็นจนแข็งจะเติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือไม่ก็ตาม (Fruit and nuts, uncooked or cooked by steaming or boiling in water, frozen, whether or not containing added sugar or other sweetening matter) ได้แก่ ราสพ์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ โลแกนเบอร์รี่ เคอร์แรนต์ชนิดดา ขาว หรือแดง และกูสเบอร์รี่ (Raspberries, blackberries, mulberries, loganberries, black, white or red currants and gooseberries)

ที่มา :WTO และ asean.org
13. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการที่มิใช่ทางภาษี
มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศในอาเซียน

มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการค้าหม่อน

ประเทศ มาตรการ สินค้า วิธีดำเนินการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ NTMs/NTBs
อินโดนีเซีย[1] ขออนุญาตนำเข้า อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ และผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ผู้นำเข้าจะต้องจดทะเบียนกับ Ministry of Trade and Industry หรือจดทะเบียนกับ Department of Health (BPOM) ของอินโดนีเซีย และระบุหมายเลขทะเบียน(ML NO.) ลงในผลิตภัณฑ์ด้วย - Ministry of Trade and Industry - Department of Health (BPOM)   NTMs
มาเลเซีย[2] มาตรการสุขอนามัย สินค้าประเภท ผลิตภัณฑ์ยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ พื้นบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีเครื่องหมาย Meditag TM ยกเว้นผลิตภัณฑ์ดูแล ภายนอก (OTC : external personal care products) ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย Meditag TM Ministry of Health NTMs
    ผลไม้ เช่น มะม่วง ทุเรียน ลำไย ต้องได้รับ Import Licenses จาก Food Safety and Quality Control Division, Ministry of Health โดยจะมีการตรวจสารพิษตามที่ประกาศใน Malaysian Food Regulation 1985 ซึ่งจะอิงมาตรฐาน Codex Food Safety and Quality Control Division, Ministry of Health NTMs
ฟิลิปปินส์[3] ควบคุมการนำเข้าประเทศ อาหารสำเร็จรูป ต้องลงทะเบียนและมี Certification of Product The Bureau of Food and Drug Administration NTMs
    เครื่องสำอาง ต้องลงทะเบียนและมีใบรับรอง The Bureau of Food and Drug Administration NTMs
สิงคโปร์[4]   สินค้าทุกชนิด ผู้นำเข้าและส่งออก ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับหน่วยงาน Accounting & Corporate Regulatory Authority (ACRA) และได้รับใบอนุญาตการนำเข้าหรือส่งออก จาก International Enterprise Singapore (IE Singapore) - Accounting & Corporate Regulatory Authority - International Enterprise Singapore NTMs
เวียดนาม[5] มาตรการสุขอนามัย( Sanitary and Phytosanitary Measures : SPS) ผลไม้และผัก พืชและส่วนของพืช - กำหนดให้การนำเข้าต้องมี Phytosanitary Certificate จากหน่วยงานของประเทศผู้ส่งออก(กรมวิชาการเกษตร) -โดยเฉพาะผักและผลไม้ต้องมีการระบุใน Phytosanitary Certificate ว่ามาจากแหล่งที่ปราศจากแมลงวันทอง - การบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นส่วนของพืชต้องได้รับการรับรองว่าปราศจากโรคและแมลง Ministry of Agriculture and Rural Development www.mard.gov.vn NTMs
    อาหารแปรรูป/สินค้าอาหาร - เฝ้าระวังโดยกระทรวงสาธารณสุข - ต้องมีการวิเคราะห์ทาง LAB และผลิตด้วยกระบวนการมาตรฐานสากล GMP/HACCP Ministry of Health NTMs
    [1]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย”, 2555. [2]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสหพันธรัฐมาเลเซีย”, 2555. [3]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์”, 2555. [4]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสิงคโปร์”, 2555. [5]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม”, 2554.

ที่มา :กรมส่งเสริมการส่งออก

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE