กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดไพล

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
เนื้อที่ปลูก ผลผลิต และผลผลิตเฉลี่ยไพล ปี 2557

เนื้อที่ปลูก (ไร่) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตเฉลี่ย (กิโลกรัมต่อไร่)
291 173.43 951.8

ที่มา :สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
ในปี 2557 สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่าไพลมีการใช้ภายในประเทศเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 92 ของผลผลิตทั้งหมด จำแนกเป็นผลิตภัณฑ์สปา ร้อยละ 52 และวัตถุดิบ ประกอบเครื่องยา เครื่องสำอาง ลูกประคบ ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชร้อยละ 40 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 8 ของผลผลิตทั้งหมดส่งออกไปต่างประเทศในรูปน้ำมันไพล
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ในปี 2557 สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่ามีการส่งออกไพลไปต่างประเทศเพียงร้อยละ 8 ของผลผลิตทั้งหมด โดยส่งออกในรูปน้ำมันไพล โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ฮ่องกง และสิงคโปร์
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ข้อมูลราคาตลาดของไพลรวบรวมโดยสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร   (ปี 2557) ประกอบด้วย ไพลสดอายุ 2 ปี ราคาเฉลี่ย 30-40 บาทต่อกิโลกรัม ไพลแห้ง อายุ 2 ปี ราคาเฉลี่ย 140-150 บาทต่อกิโลกรัม ไพลผง ราคาเฉลี่ย 250 บาทต่อกิโลกรัม ไพลสดอายุ 2 ปี แปรรูปเป็นน้ำมันไพล ราคาเฉลี่ย 5,000 บาทต่อกิโลกรัม
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ไพล เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย คือ สารสกัดสมุนไพร ยาจากสมุนไพร สมุนไพรเพื่อการผลิตสัตว์ สมุนไพรเพื่อการเกษตร และผลิตภัณฑ์สปาและอุปกรณ์สมุนไพรเพื่อการแพทย์ทางเลือก ไพลมีสรรพคุณทางยา อาทิ แก้ฟกช้ำ บวม เคล็ด ยอก ปวดเมื่อย ขับลม ท้องเดิน ช่วยขับระดูหรือประจำเดือนของสตรี นิยมใช้หลังจากที่คลอดบุตรแล้ว โดยมีการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนี้

 

สารสกัดสมุนไพร: สารสกัดจากไพล มีการสกัดในรูปของน้ำมันไพล เพื่อจำหน่ายเป็นน้ำมันนวดบรรเทาอาการปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อ และเพื่อเป็นสารสกัดนำไปทำการผลิตยังอุตสาหกรรมปลายน้ำต่อไป

ยาจากสมุนไพร: เนื่องจากไพลมีสรรพคุณทางยาหลายประการ จึงมีการนำมาเป็นส่วนผสมทางยา    ทั้งยาภายในและยาภายนอก ยาใช้ภายใน คือ ยาประสะไพล เป็นต้นตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ และเป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติที่มีไพลเป็นส่วนประกอบหลักอยู่ในรูปของยาผง ใช้สำหรับรักษาอาการระดูมาไม่ตามกำหนดหรือมีปริมาณน้อยกว่าปกติ และยังมีการจำหน่ายในรูปยาแคปซูล สำหรับรักษาอาการข้างต้น และยังมีการผลิตเป็นยาแคปซูลเพื่อช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยระบบย่อยอาหาร ส่วนการใช้เป็นยาภายนอก อาทิ ครีมไพลจีซาล ยาหม่อง ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ

เครื่องสำอางจากสมุนไพร: จากการที่ไพลมีสรรพคุณในการช่วยสมานแผล ลดการระคายเคือง และอาการอักเสบ จึงมีการนำไพลมาผลิตเป็นครีมไพลผสมกับสมุนไพร และสารอื่นๆ เช่น ขมิ้นชัน วิตามินเอ ซี อีเป็นต้น นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างหนึ่ง และมีการนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตแชมพู     เพื่อขจัดรังแค และยาสีฟัน ลดการอักเสบของเหงือก

สมุนไพรเพื่อการผลิตสัตว์: ไพลมีประโยชน์ต่อการผลิตสัตว์ คือ การนำไปผสมในอาหารสัตว์ ทำให้สัตว์มีภูมิต้านทานดีขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่าย

สมุนไพรเพื่อการเกษตร: ไพลมีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา สาเหตุของโรคพืช โดยการบดไพลแห้งให้ละเอียด แล้วละลายในแอลกอฮอล์ นำไปฉีดพ่นนอกจากนี้ยังนำไปใช้ผสมกับสมุนไพรอื่นๆ   เพื่อใช้กำจัดหรือไล่ศัตรูพืช เช่น หนู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อใช้ภายในครัวเรือน

ผลิตภัณฑ์สปาและอุปกรณ์สมุนไพรเพื่อการแพทย์ทางเลือก: ผลิตภัณฑ์จากไพลที่ใช้ในสปา คือ     ลูกประคบ นอกจากนี้ยังมีน้ำมันนวดที่นำไปผสมกับกลิ่นต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออีกด้วย

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไพลที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากไพล ไพลสดพอกผิวสุพฤกษา ไพลผง น้ำมันหอมระเหยไพล ยาหม่องไพล ยาแคปซูลประสะไพล ครีมไพลจีซาล ครีมนวดไพลทานอยด์ ยาชงสมุนไพรไพล ยาแคปซูลสมุนไพรไพล ยาน้ำมันไพล ยาขี้ผึ้งไพล โฟมล้างหน้าสมุนไพรขมิ้นไพล และ           ยาประสะไพล เป็นต้น
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักของน้ำมันไพลและผลิตภัณฑ์ของไทย เป็นประเทศที่มีมาตรการสุขอนามัยที่เข้มงวด เช่น การกักกันพืช มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสารเคมีทางการเกษตรตกค้างที่เข้มงวด และความสม่ำเสมอของปริมาณและคุณภาพผลผลิต

 

นอกจากนี้ หากพิจารณาอุปสรรคการค้าสมุนไพรในต่างประเทศในภาพรวม จะพบว่า อุปสรรคทางการค้ายาสมุนไพรในต่างประเทศยังมีอยู่มาก ทั้งความยุ่งยากในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ (ค่าใช้จ่าย รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ใบอนุญาตจัดจำหน่าย รวมถึงความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภคต่างประเทศเกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรไทย เนื่องจากผู้บริโภคในต่างประเทศอาจมียาสมุนไพรท้องถิ่นของตน เช่น จามูของประเทศอินโดนีเซีย หรือสมุนไพรจีน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจมีข้อกำหนดอื่นๆ เป็นการเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น การกำหนดให้ผู้ส่งออกของประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยต้องส่งออกผ่านตัวแทนโรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่น โดยมีสัญญาว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้โรงงานผู้ผลิตยาท้องถิ่นสามารถผลิตยาเองได้เมื่ออายุทะเบียนตำรับยาหมดไป หรือเลือกตั้งโรงงานผลิตยาในประเทศนั้นๆ (อินโดนีเซีย) เป็นต้น

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE