กรุณารอสักครู่
อีเมล์
รหัสผ่าน
kkk
ลืมรหัสผ่าน    สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 


รายการชนิดพืช กลุ่มทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดดเด่นกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น

รายละเอียดกล้วยไม้

1. ผลผลิต
2. ราคา
3. การส่งออก
4. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการผลิต
พื้นที่ปลูก ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ของกล้วยไม้ตัดดอกของไทย ปี 2553 - 2557

ปี พื้นที่ปลูก (ไร่) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรัม)
2553 22,217 54,026 2,432
2554 19,910 47,670 2,394
2555 17,906 37,542 2,097
2556 21,703 47,812 2,203
2557* 22,107 48,790 2,207

ที่มา :สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2557)
หมายเหตุ :* ประมาณการ
5. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการบริโภค
การบริโภคกล้วยไม้ในประเทศ ปี 2553 - 2557

  2553 2554 2555 2556 2557*
การบริโภคในประเทศ (ตัน) 28,758 23,027 16,501 25,211 26,402
 

ที่มา :สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2557)
หมายเหตุ :* ประมาณการ
6. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านการส่งออก
ปริมาณและมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ตัดดอก ปี 2550 - 2557

ปี ดอกกล้วยไม้สด ต้นกล้วยไม้ รวม
ปริมาณ(ตัน) มูลค่า (ล้านบาท) ปริมาณ(พันต้น) มูลค่า (ล้านบาท) มูลค่า (ล้านบาท)
2550 24,567 2,545 35,732 400 2,946
2551 25,152 2,411 38,997 423 2,835
2552 24,601 2,366 30,899 372 2,739
2553 25,270 2,305 29,988 422 2,728
2554 24,644 2,220 30,345 553 2,773
2555 20,945 2,095 30,447 586 2,681
2556 22,605 1,997 33,085 605 2,602
2557 23,471 1,954 38,561 760 2,715
สัดส่วน ปี 2557 (ร้อยละ)   71.99   28.01  
 

ที่มา :สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
8. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านราคา
ราคาขายดอกกล้วยไม้ส่งออก สกุลหวายช่อยาว 55 – 60 เซนติเมตร ปี 2555 - 2557

หน่วย: บาทต่อช่อ

ปี เฉลี่ย .ค. .พ. มี.ค. เม.ย. .ค. มิ.ย. .ค. .ค. .ย. .ค. .ย. .ค.
2555 5.87 5.50 4.07 8.55 6.12 7.46 5.07 4.57 4.47 3.20 3.84 4.11 4.22
2556 3.78 4.18 4.37 4.04 2.82 2.74 2.89 2.88 3.71 4.96 2.64 2.70 2.89
2557 2.91 3.94 3.53 2.45 2.72 3.19 3.58 2.82 2.66 2.65 2.26 2.80 2.25
 

ที่มา :สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
10. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
กล้วยไม้สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้ 2 ประเภทได้แก่

1. ไม้ดอกไม้ประดับ มี 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ[1] ดอกกล้วยไม้ หรือกล้วยไม้ตัดดอก (Cut Orchids) และต้นกล้วยไม้หรือกล้วยไม้กระถาง (Orchid Plants) นอกจากนั้น ยังมีสินค้ากล้วยไม้ในลักษณะอื่นๆ อีกที่กำลังมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เช่น 1) ช่อบูเก้ต์ (Bouquet) คือ จัดรวมดอกกล้วยไม้และใบไม้ให้เห็นเป็นช่อแล้วมัดรวมเป็นกำปกติแต่ละกำใช้ดอกกล้วยไม้ 3 -5 ช่อ 2) พวงมาลัย (Lei) มีการร้อยพวงมาลัยหลายแบบ ได้แก่ พวงมาลัยสายยาวสำหรับคล้องคอร้อยดอกเรียงหน้าเดียว (Single Lei) พวงมาลัยคล้องคอสายยาว ร้อยเรียงดอกเป็น 2 หน้า (Double Lei) พวงมาลัยที่ร้อยเฉพาะกลีบดอกหรือปาก (Fancy Lei) พวงมาลัยสำหรับคล้องบนศีรษะ (Kaku Head Lei) และพวงมาลัยคล้องข้อมือ ( Thai Lei หรือ Handle Lei) 3) ช่อดอกกล้วยไม้สำหรับติดเสื้อ (Corsage) เด็ดแต่ละดอกรวมกับใบไม้ ส่วนใหญ่ใช้ใบโปร่งฟ้า มัดรวมกันแล้วหุ้มโคนด้วยแผ่นฟอยล์ติดเข็มกลัด แล้วผูกโบว์ นิยมใช้ดอกกล้วยไม้ 1-3 ดอกขึ้นกับขนาดดอกหรือขนาดช่อที่ต้องการ 4) กล้วยไม้เด็ดดอก (Orchid loose bloom หรือ Orchid loose flower) โดยเด็ดดอกแต่ละดอกจากช่อบนต้นในสวน ไม่ใช้ดอกร่วง เพราะต้องการดอกคุณภาพดี บานทน ปัจจุบันส่งออกขายหลายชนิด เช่น ดอกหวายลูกผสมสีต่าง ๆ และดอกมอคคารา 5) กล่องของขวัญ (Gift box) เป็นกล่องบรรจุดอกกล้วยไม้หลายชนิด หลายสี ออกแบบกล่องให้งดงาม ถือไปได้ง่ายเพื่อให้ผู้ซื้อนำไปมอบให้เป็นของขวัญ

2. เครื่องสำอาง อาทิ ผลงานวิจัยของรศ.ดร.เนติ วระนุช รศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ และ รศ.ดร.ภิญญุภา เปลี่ยนบางช้าง สถาบันวิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่องการพัฒนาชุดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกลิ่นดอกกล้วยไม้ช้างกระโดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติโดยปัจจุบันมีจำหน่ายแล้ว6 ผลิตภัณฑ์ คือ เจลทำความสะอาดมือ, โลชั่นบำรุงฝ่ามือ, ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรกลางวัน, ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรกลางคืน ซีรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา และน้ำหอมกลิ่นกล้วยไม้ช้างกระ โดยบริษัท อาร์เอ็กซ์ จำกัด[2] รวมถึงผลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท น.ส.วรพร ศีลศร และที่ปรึกษา ผศ.ดร.มยุรี กัลยาวัฒนกุล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีงานวิจัยสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) จากดอกกล้วยไม้ ที่ค้นคว้าคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอยของสารแอนโทไซยานินจากดอกกล้วยไม้หวายพันธุ์ม่วงแดง ขณะนี้งานวิจัยดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการฟาร์มกล้วยไม้ที่ต้องการนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์

 

[1]คณะกรรมการกล้วยไม้แห่งชาติ, “ยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก พ.ศ. 2554-2559”.

[2]ผู้จัดการออนไลน์, “ผิวไม่สวย “ครีมกล้วยไม้ช้างกระ” ช่วยได้ ของดีจากม.นเรศวร”, 3 สิงหาคม 2551. และ R.X. Company, “ม.นเรศวร- บ.อาร์เอ็กซ์ จำกัด เปิดตัวการต่อยอดวิจัยเครื่องสำอางกลิ่นกล้วยไม้ช้างกระถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศ”.
11. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านอุปสรรคทางการค้า
				
			
12. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการทางภาษี
มาตรการทางภาษีของประเทศในอาเซียน

 

ตารางที่ 3.130 อัตราภาษีนำเข้าดอกกล้วยไม้ (HS Code 060313[1]) ของประเทศสมาชิกอาเซียน แบ่งเป็นอัตราภาษีที่จัดเก็บภายใต้กรอบ WTO และอัตราภาษีภายใต้กรอบอาเซียน (ATIGA)

ประเทศ อัตราภาษีภายใต้กรอบ WTO อัตราภาษีภายใต้กรอบ ATIGA
บรูไน 0 0
กัมพูชา 15 15
อินโดนีเซีย 20 0
ลาว 30 5
มาเลเซีย 0 0
เมียนมาร์ 5 0
ฟิลิปปินส์ 15 0
สิงคโปร์ 0 0
เวียดนาม 20 5
  [1] HS Code 060313 กล้วยไม้ (Orchids) - ดอกไม้ชนิดที่เหมาะสาหรับจัดทำเป็นช่อดอกไม้หรือเพื่อการประดับ สด แห้ง ย้อมสี ฟอก อาบซึมหรือจัดทำโดยวิธีอื่น (Cut flowers and flower buds of a kind suitable for bouquets or for ornamental purposes, fresh, dried, dyed, bleached, impregnated or otherwise prepared.)

ที่มา :WTO และ asean.org
13. รายละเอียดเพิ่มเติมด้านมาตรการที่มิใช่ทางภาษี
มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศในอาเซียน

 

          ตารางที่ 3.131 มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการค้ากล้วยไม้

ประเทศ มาตรการ สินค้า วิธีดำเนินการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ NTMs/NTBs
อินโดนีเซีย[1] ขออนุญาตนำเข้า อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ และผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ผู้นำเข้าจะต้องจดทะเบียนกับ Ministry of Trade and Industry หรือจดทะเบียนกับ Department of Health (BPOM) ของอินโดนีเซีย และระบุหมายเลขทะเบียน(ML NO.) ลงในผลิตภัณฑ์ด้วย - Ministry of Trade and Industry - Department of Health (BPOM)   NTMs
มาเลเซีย[2] มาตรการสุขอนามัย สินค้าประเภท ผลิตภัณฑ์ยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ พื้นบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีเครื่องหมาย Meditag TM ยกเว้นผลิตภัณฑ์ดูแล ภายนอก (OTC : external personal care products) ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย Meditag TM Ministry of Health NTMs
  การขออนุญาตนำเข้า (Import Licenses) ส่วนแพร่พันธุ์ ของยางพารา/American Tropics/โกโก้ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว จากประเทศที่มีแมลงศัตรูพืชอันตราย มันสำปะหลัง / กล้วย / ชา/ อ้อย / กาแฟ / ข้าวเปลือก / เมล็ดพันธุ์ไม้ป่า และอื่นๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตสำหรับส่วนแพร่พันธุ์ ของยางพารา/American Tropics/โกโก้ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว จากประเทศที่มีแมลงศัตรูพืชอันตราย มันสำปะหลัง / กล้วย / ชา/ อ้อย / กาแฟ / ข้าวเปลือก / เมล็ดพันธุ์ไม้ป่า และอื่นๆ คือ Ministry of Agriculture and Agro-based Industry โดยจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ปรากฏใน Plant Quarantine Act 1976 และ Plant Quarantine Regulation 1981 Ministry of Agriculture and Agro-based Industry   NTMs
ฟิลิปปินส์[3] ควบคุมการนำเข้าประเทศ เครื่องสำอาง ต้องลงทะเบียนและมีใบรับรอง The Bureau of Food and Drug Administration NTMs
สิงคโปร์[4]   สินค้าทุกชนิด ผู้นำเข้าและส่งออก ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับหน่วยงาน Accounting & Corporate Regulatory Authority (ACRA) และได้รับใบอนุญาตการนำเข้าหรือส่งออก จาก International Enterprise Singapore (IE Singapore) - Accounting & Corporate Regulatory Authority - International Enterprise Singapore NTMs
เวียดนาม[5] มาตรการสุขอนามัย( Sanitary and Phytosanitary Measures : SPS) ผลไม้และผัก พืชและส่วนของพืช - กำหนดให้การนำเข้าต้องมี Phytosanitary Certificate จากหน่วยงานของประเทศผู้ส่งออก(กรมวิชาการเกษตร) -โดยเฉพาะผักและผลไม้ต้องมีการระบุใน Phytosanitary Certificate ว่ามาจากแหล่งที่ปราศจากแมลงวันทอง - การบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นส่วนของพืชต้องได้รับการรับรองว่าปราศจากโรคและแมลง Ministry of Agriculture and Rural Development www.mard.gov.vn NTMs
  [1]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย”, 2555. [2]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสหพันธรัฐมาเลเซีย”, 2555. [3]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์”, 2555. [4]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสิงคโปร์”, 2555. [5]กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์, “คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม”, 2554.

ที่มา :กรมส่งเสริมการส่งออก

©2015 All rights reserved.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Power by UKnow-CoE